Megalodon ราชานักล่าแห่งท้องทะเลแท้จริงแล้วยังไม่สูญพันธุ์!?

 

    
        ในปี 2018 ที่ผ่านมาได้มีภาพยนต์ The meg ที่เป็นที่โด่งดังอีกหนึ่งเรื่องที่คาดว่าใครๆก็รู้จักและเริ่มสนใจอยากจะรู้ว่าแท้จริงแล้วเจ้าฉลามยักษ์เม็กกาโลดอนในภาพยนต์นั้น คือสัตว์สายพันธุ์ไหน มันเคยมีชีวิตอยู่บนโลกนี้จริงๆหรือ? แถมยังเคยมีข่าวเกี่ยวกับการค้นพบพวกมันทำให้เป็นกระแสและเป็นที่จับตามองเป็นอย่างมาก แท้จริงแล้วพวกมันยังไม่สูญพันธุ์ไปใช่ไหม? มาหาคำตอบกันเลย!


        
         เมกกาโลดอนสัตว์กินเนื้อนักล่าขนาดใหญ่ที่สุดที่โลกเคยค้นพบมา ด้วยขนาดอันมหึมาของมันทำให้ยากต่อการที่จะหาคู่แข่งให้มันได้ซึ่งนับว่าอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารโดยสมบูรณ์ แม้กระทั่งวาฬก็ยังตกเป็นอาหารของพวกมันอย่างง่ายดาย..


ลักษณะของเม็กกาโลดอน



        เม็กกาโลดอน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Carcharodon megalodon นักวิทยาศาสตร์พบว่ามันมีลักษณะใกล้เคียงกับฉลามขาวในปัจจุบันที่สุดแล้ว และได้จัดให้อยู่ในสกุล Carcharodon ซึ่งเป็นสกุลเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามเม็กกาโลดอนก็มีขนาดที่ใหญ่มากอยู่ดี
        
        ขนาดแค่ไหนกันนะ?
        
        ในภาพยนต์มีข้อมูลบอกว่ามันมีขนาดถึง 22-27 เมตร เป็นขนาดที่น่ากลัวแและเกินจริงไปบ้าง ในคาวมเป็นจริงแล้ว หลังจากการที่นักวิทยาศาสตร์คาดจากขนาดของฟอสซิสของฟัน ขนาดใหญ่ถึง 16.8-17 เซนติเมตร ทั้ง 6 แถว ของมันก็พบว่ามันน่าจะมีขนาดประมาณ 16-18 เมตร ซึ่งเทียบเท่ากับรถบัส 2 คันต่อกัน และมีน้ำหนักถึง 100 ตัน ซึ่งเทียบเท่ากับช้างแอฟริกาโตเต็มวัยถึง 9 ตัว! แม้จะกล่าวว่าราชานักล่าตัวนี้มีขนาดที่เล็กกว่าในภาพยนต์แต่มันก็ยังคงน่ากลัวไม่ต่างจากเดิม



การดำรงชีวิตของเมกกาโลดอน


        

        มันกินอะไรบ้าง กินคนหรือเปล่า?

        เม็กกาโลดอนเป็นฉลามยักษ์ดึกดำบรรพ์ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงยุคไมโอซีน ถึงยุคไพลโอซีน เมื่อประมาณ 23 ถึง 2.5 ล้านปีก่อน มักจะล่าสัตว์ขนาดใหญ่เป็นอาหารโดยเฉพาะวาฬ โดยทั่วไปแล้วจะไม่ล่าสัตว์ตัวเล็กๆเพราะพลังงานที่ใช้ในการล่าไม่คุมค่ากับพลังงานจากอาหารที่ได้มา ซึ่งเป็นไปได้ว่ามนุษย์ก็ไม่ใช่เป้าหมายในการล่าของมันเลย

        นักวิทยศาสตร์เชื่อว่าเม็กกาโลดอนนั้นมีลักษณะในการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายเหมือนกับปลาฉลามขาว แต่ก็พบว่าในตัวของมันนั้นมีอุณหภูมิเฉลี่ยที่สูงกว่าฉลามขาว ในขณะที่ฉลามขาวทั่วไปมีอุณหภูมิ 20-30 องศาเซลเซียล เม็กกาโลดอนจะมัอุณหภูมิถึง 35-40 องศาเซลเซียลดูใกล้เคียงกับมนุษย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่นักวิทยาศาสตร์คาดว่ามันสูญพันธุ์ไปแล้ว


ข่าวเกี่ยวกับการค้นพบว่าเม็กกาโลดอนยังไม่สูญพันธุ์ไป



        กรกฎาคม ปี ค.ศ. 1916 ชายฝั่งนิวเจอร์ซี อเมริกา ได้มีรายงานว่ามีฉลามขนาดใหญ่มากๆบุกเข้าทำร้ายนักท่องเที่ยว ซึ่งเสียงส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าคือ เม็กกาโลดอน ตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา จึงได้มีนักวิทยาศาสตร์ออกมาถกเถียงกันว่าแท้จิงแล้วฉลามในเหตุการณืนั้นเป็นฉลามชนิดใดกันแน่
        
        มีการณ์คาดการเป็นส่วนใหญ่ว่าน่าจะเป็นคือ ฉลามหัวบาตร และ ฉลามขาวยักษ์ และอีกชนิดหนึ่งที่พบได้ทั่วไปในเขตร้าน มีขนาดใกล้เคียงกับเม็กกาโลดอน ประมาณ 12-19 เมตร มีปากขนาด 1.5 เมตรแต่ก็ต้องเสียใจด้วย? ที่มันไม่ใช่สัตว์นักล่าเลย ฉลามชนิดนี้มีชื่อว่า ฉลามวาฬนั้นเอง ซึ่งเป็นสัตว์ที่เป็นมิตรแล้วกินแพลงตอนเป็นอาหาร
 
        ปี 1999 ในทะเลแปซิฟิก ใกล้เกาะกัวดาลูเป้ มีผู้อ้างว่าค้นพบเม็กกาโลดอน แต่ก็ต้องคอตกอีกครั้งที่พบว่ามันคือ ฉลามดีพบลู ซึ่งเป็นฉลามพันธ์ใหญ่ที่มีขนาดถึง 7 เมื่อโตเต็มวัยแทน กอ่นจะเจอมันอีกครั้ง ในปี 2013 ที่เม็กซิโก บาฮา แคลิฟอเนีย 

        ในปี 2000 มีนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นได้น้ำกรงชนิดพิเศษไปติดตั้งที่ก้นทะเลเพื่อศึกษาสิ่งมีชีวิตก้นทะเล แต่ก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ากล้องที่ติดอยู่ที่กรงนั้น สามารถจับภาพของสิ่งมีชีวิตที่คาดว่าน่าจะเป็นฉลาม แต่ที่ทำให้ทึ่งคือขนาดของมันที่ใหญ่จนกล้องไม่สามารถถ่ายมาไว้ได้ทั้งหมดแล้วไปสามารถคำนวณขนาดของมันได้เลย แต่ก็มีนักวิทยาศาตร์บางท่านออกมาแจ้งแล้วว่ามี่แท้มันก็คือ ฉลามกรีนแลดน์ ที่อาศัยอยู่ในน้ำลึกและมีขนาดใหญ่พบเห็นได้ยากเท่านั้น 
    
        อย่างไรก็ตามก็ยังมีคนเชื่อว่ามันไม่ใช่ ฉลามกรีนแลนด์อยู่ดี


สาเหตุที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามันสูญพันธุ์ไปแล้ว

เครดิต ; http://realmetro.com/megalodon/

        ในช่วงที่โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงในช่วงยุคไพลโอซีนทำให้น้ำในทะเลนั้นอุณหภูมิสูงขึ้นมากทำให้ต้องเกิดการอพยพของเม็กกาโลดอนให้ไปในที่ที่เย็นกว่าแต่อย่างไรก็ตาม ขณะที่อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็วยากที่จะปรับตัวได้ก็ทำให้พวกมันค่อยๆสูญหายไปจากท้องทะเล


        ในปัจจุบันยังมีเม็กกาโลดอนอยู่จริง พวกมันต้องมีจำนวนที่เยอะขึ้นมากจนสังเกตุเห็นได้ เพราะการที่มันเป็นสัตว์ที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารทำให้มันไม่ถูกล่าเลย จึงไม่มีทางที่ทำให้ในปัจจุบันไม่สามารถพบเจอมมัน

        สาเหตุสุดท้ายคือซากฟอสซิลของมันที่การค้นพบฟอสซิลที่ใหม่ที่สุดคือ 2.6 ล้านปี ทางนักวิทยาศาสตร์ยังไม่มีการค้นพบซากฟอสซิลฟันที่ใหม่กว่านี้อีกแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีฟันของมันบนชายฝั่งถ้าเม็กกาโลดอนยังมีชีิตอยู่


        สรุปก็คือว่า การที่เม็กกาโลดอนยังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้หรือเป็นไปไม่ได้เลยล่ะ






แหล่งอ้างอิง 

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก

         



ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น